วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เคล็ดลับของ Flash Player

เคล็ดลับของ Flash Player

บทความน่ารู้ เรื่องเคล็ดลับของ Flash Player
ที่นี่คือศูนย์รวมบทความที่น่าสนใจและให้ความรู้จากทุกมุมโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับคนไทยทุกคน

เรื่องที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับ Flash Player

เวลาเข้าเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีภาพเคลื่อนไหว ที่สร้างจากโปรแกรม Adobe Flash หรือโปรแกรมอื่นๆ ถ้าโปรแกรม Browser (Internet Explorer, FireFox, Google Chrome) ของคุณไม่ได้มีการติดตั้งโปรแกรม Flash Player โปรแกรมเหล่านั้นก็จะแสดงหน้าต่างให้เราติดตั้งโปรแกรมทันที

เวลามีปัญหาเกียวกับ Flash Player

เราสามารถติดตั้งโปรแกรม Flash Player ได้จากเข้าไปยังเว็บลิงค์ http://get.adobe.com/flashplayer จากนั้นให้คลิกปุ่ม Download now และทำตามคำสั่งตามหน้าจอ

วิธี Uninstall Flash Player

1.       คลิกไปยังเว็บลิงค์ http://kb2.adobe.com/cps/141/tn_14157.html
2.       คลิกเลือก download uninstall_flash_player.exe
3.       ดับเบิลคลิกเพื่อสั่งรัน Uninstall

วิธีการตรวจสอบเวอร์ชั่น Flash Player

1.       คลิกไปยังเว็บลิงค์ http://www.adobe.com/software/flash/about/
2.       ดูที่หัวข้อ Version Information
3.       เปรียบเทียบกับตารางด้านล่างว่า เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดคืออะไร
 ขอบคุณที่มา : http://www.it-guides.com/index.php/tips-a-techniques/internet-email-tips/1546-about-flash-player

กูเกิ้ลฟันธงสมาร์ทโฟนโค่นบัลลังก์พีซี

กูเกิ้ลฟันธงสมาร์ทโฟนโค่นบัลลังก์พีซี


เรายังคงติดตามกระแสข่าวคราวความ เคลื่อนไหวในงาน MWC 2011 ที่บาเซโรน่ากันต่อนะครับ ล่าสุด Eric Schmidt ซีอีโอของ Google ได้ออกมาฟันธงกลางงานนี้ว่า ในที่สุดแล้ว “โมบายโฟน ก็คือ พีซ๊รุ่นใหม่ (สำหรับผู้บริโภค)” ซึ่งจากแนวโน้มของการที่สมาร์ทโฟนแซงหน้ายอดขายพีซี ก็พอจะแสดงให้เห็นแนวโน้มดังกล่าวได้

โดยเมื่อวานนี้ Schmidt ได้ขึ้นกล่าวในงาน Mobile World Congress 2011 ว่าด้วยเรื่องราวกระแสของ Android ที่ได้รับการสนับสนุนมากมายจากผู้ผลิตอุปกรณ์ ตลอดจนโอเปอเรเตอร์ และนักพัฒนาแอพฯ Schmidt กล่าวว่า ปัจจุบัน Android ระบบปฏิบัติการของ Google มีสถิติการแอคทิเวตเฉลี่ย 300,000 เครื่องต่อวัน ในขณะที่มีสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตมากกว่า 100 รุ่นที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android โดยมีคู่แข่งอย่าง iOS ระบบปฏิบัติการสำหรับ iPhone และ iPad ของ Apple และ Windows Phone 7 ของ Microsoft “ยอดขายสมาร์ทโฟนแซงหน้าพีซีไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพีซีไม่สามารถตามทันกระแสนี้ได้ สมาร์ทโฟนคืออนาคตของเกมส์ และการใช้งานแอพพลิเคชันต่างๆ ในทุกๆ อย่างที่เราคิด” เขากล่าว “ในที่สุดแล้ว คุณใช้มือถือเป็นเหมือนพีซีเครื่องใหม่ของคุณนั่นเอง” Schmidt ยังกล่าวอีกด้วยว่า สมาร์ทโฟนได้เติมเต็มคำทำนายของ Bill Gates ทีว่า “ผู้ใช้ทุกคนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของโลกได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัส” ให้ ถูกต้องสมบูรณ์

Google มีแผนที่จะออก Android เวอร์ชันใหม่สำหรับมือถือ และแท็บเล็ตในทุกๆ 6 เดือน ส่วน Chrome OS จะโฟกัสไปที่เน็ตบุ๊ค และพีซี โดยทาง Google ยังได้แสดงสาธิตแอพพลิเคชัน Android ตัวใหม่บนแท็บเล็ตที่สามารถตัดต่อวิดีโอได้คล้ายๆ กับ Windows Live Movie Maker อีกด้วย นอกจากการให้ข้อมูลข้างต้นแล้ว Schmidt ยังกล่าวย้ำว่า Microsoft คือคู่แข่งสำคัญของบริษัท หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เขาเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีที่ Bing ก็อปปี้ผลลัพธ์จาก Google และ Nokia เปลี่ยนใจไปใช้ Windows Phone 7 แทนทีจะป็น Android

Schmidt เชื่อ ว่า ในอนาคตแอพพลิเคชันทั้งหมดจะถูกพัฒนาด้วยมาตรฐานใหม่ของเว็บนั่นคือ HTML5 ทั้งแอพที่ใช้บนพีซี หรือโมบายโฟน เขายังคาดอีกว่า ระบบการชำระค่าบริการต่างๆ ด้วยโมบายโฟน (เทคโนโลยี NFC) จะกลายเป็นมาตรฐานในปีนี้ และถือว่าเป็นโอกาสใหญ่ของ Google นอกจากนี้ Schmidt ยังกล่าวอีกด้วยว่า ผลกระทบในระยะยาวของนวตกรรมทางเทคโนดลยีคือ การหาวิธีที่นำไปสู่หนทางที่ทำให้ผู้คนมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากผู้คนจะสามารถมีเวลา เพื่อทำบางสิ่งบางอย่างที่ต้องการ โดยเขายกตัวอย่างว่า “คุณจะไม่ลืมอะไรเลย (หรือไม่ได้จำอะไรเลย?) เพราะคอมพิวเตอร์จะจำเรื่องราวต่างๆ แทนคุณ คุณจะไม่หลงทางด้วยเทคโนโลยีแผนที่ คุณจะไม่รู้สึกเดียวดาย เนื่องจากสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของเพื่อนๆ ได้ตลอดเวลา และด้วยเทคโนโลยีแผนที่เช่นเดียวกันที่จะทำให้รถยนต์สามารถขับเคลื่อนได้ ด้วยตัวมันเอง” Schmidt ไม่ได้บอกว่า คุณจะไม่มีวันตาย :P แต่เขาบอกว่า สมาร์ทโฟนจะส่งข้อมูลเกียวกับสุขภาพของคุณไปยังโรงพยาบาล “มือถือของคุณ สามารถบอกคุณได้ว่า คุณกำลังจะหัวใจวาย คุณควรจะไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้”

ขอบคุณที่มา : ตลาดดอทคอม

หาคีย์เวิร์ดโดนๆด้วย Google Insights

 หาคีย์เวิร์ดโดนๆด้วย Google Insights
Google Insights เป็นหนึ่งในอีกหลายสิ่งที่ทำให้ผมอยากตื่นนอนตอนเช้าในช่วงนี้ หลังจากห่างหายเรื่องการหาคีย์เวิร์ดมานามพอสมควร วันนี้ดาวคีย์เวิร์ดขึ้นมาตรงหัวผมพอดี ถึงเวลาแล้วครับที่จะมาอัปเดทการใช้เครื่องมือหาคีย์เวิร์ดอย่าง Google Insights กันซักที
ไม่ว่าคุณจะทำเงินหรือทำการตลาดหรือทำมาหากินอะไรก็ตามตั้งแต่เปิดร้าน อาหาร สร้างโรงงาน นำเข้านำออกสินค้า และที่คุ้นเคยกันดีที่สุด การสร้าง Campaign Adwords, หาเงินกับ Affiliate และการหาเงินจากจำนวนคลิกกับ Ad Network อย่าง Google AdSense คุณก็ควรจะดูตาม้าตาเรือซักหน่อยว่าโลกเขาทำอะไรกันอยู่ ตลาดไหนมีแนวนโน้มที่จะดึงดูดคนมากขึ้นหรือน้อยลงตั้งแต่นี้ไป ไม่งั้นก็อาจจะต้องเสียเงินเสียเวลา และเหนื่อยฟรีได้ง่ายๆ
สมมุติโง่ๆ ว่า วันนี้ถ้าผมจะสร้างบล็อกเรื่องการเลือกซื้อทีวี แต่เลือกยี่ห้อไม่ถูกว่าจะเอา Sony หรือ Samsung เพราะดูจาก Google KW Tool แล้ว KW ทั้งสองก็มีการค้นหาที่พอไปวัดไปวาได้พอๆ กัน ผมจะรู้อนาคตได้ยังไงว่ายี่ห้อไหนจะทำให้อนาคตของบล็อกผมอับเฉาหรือดีได้ แล้วผมจะรู้ได้ยังไง หลายคนอาจตอบว่าก็ใช้ Google Trends สิรู้แน่ ใช่ครับรู้แน่ แต่ไม่รู้ทั้งหมดเท่า Google Insights อย่างแน่นอน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ?
Google Trends จะบอกคุณได้ถึงความนิยมของ KW แต่ KW นั้นคุณต้องคิดหามาเองเท่านั้น Trends มันจะไม่บอกไม่แนะนำถึง KW หรือนิชที่ใก้ลเคียงที่สอดคล้องและที่น่าสนใจอื่นๆ อีกเลยว่า KW ไหนกำลังมาแรงอีกบ้างเหมือนกับ Google Insights
 
นอกจากจะแนะนำ KW ที่น่าสนใจอื่นๆ แล้ว Google Insights ก็ยังบอกอีกด้วยว่า KW เหล่านั้นกำลังดวงตกหรือมีแนวโน้มความแรงในจังหวัดไหนบ้างด้วย สมมุติว่าถ้าคุณกำลังจะเปิดตัวสินค้าในช่วงอีกสองสามเดือนต่อจากนี้ เอาเป็นตระแกงปิ้งย่างรุ่นใหม่ล่าสุดใช้แล้วไม่ดำ ไม่เป็นสนิม แต่ไม่รู้ว่าจะไปจัดงานที่จังหวัดไหนดีถึงจะมีคนมางานเยอะที่ สุด สิ่งที่จะให้คำตอบคุณได้ก็คือ Google Insights อีกนั่นเอง
ยังครับ ยังมีอีก จากภาพด้านบนจะเห็นว่า นอกจาก G. Insights จะอนุญาติให้ตั้งค่ากรองผลลัพธ์เพื่อวิเคราะห์เทร็นเฉพาะประเทศ จังหวัด หรือทั้งโลกแล้ว (เหมือน G. Trends) ยังตั้ง Filter กรองการวิเคราะห์เฉพาะ Web Search, Image Search, News Search และ Product Search ได้อีก อีกทั้งให้คุณตั้งค่าวิเคราะห์ตามระยะเวลาย้อนหลังตามสั่งได้อีกด้วย
ทำให้รู้ลึกรู้จริงในทุกแง่มุมของความนิยมของแต่ละคีย์เวริ์ดจริงๆ ยังไงก็ไปลองใช้กันดูนะครับ ยังมีอะไรมากกว่าที่ผมพูดอีกหลายอย่าง ที่ผมเองอาจจะยังไม่รู้ แต่ถ้าคุณไม่รู้ใช้ยังไง ผมแนะนำให้เข้าไปที่ Youtbe Goole Channel จากนั้นคุณคงรู้นะว่าต้องทำยังไงต่อไป แล้วจะรู้ว่ามันทำอะไรได้อีกมาก ผมเองพักหลังๆ มานี้ก็ใช้เจ้า Insights หาไทเทิ้ลบทความภาษาอังกฤษดีๆ มามากต่อมากแล้ว
ป.ล. คีย์เวิร์ดที่ G. Insights แนะนำนั้นจะเฉลี่ยค่า (Normalize) เป็น 1-100 นะครับ ไม่ใช่จำนวนการค้นหาที่แท้จริง ไม่งั้นผลลัพธ์ต่างๆ จะไม่สามารถเอามาเปรียบเทียบกันได้แบบนี้ เช่น ในคีย์เวิร์ดคำว่า TV ในจังหวัด สุโขทัย กับ กรุงเทพ แสดงกราฟออกมาที่ 100 เท่ากัน ไม่ได้แปลว่ามันมีจำนวนการค้นหาเท่ากัน (Traffic Search Volume) แต่ค่าแปลว่าในแต่ละจังหวัดนั้นมีสัดส่วนเฉลี่ยการค้นหาเท่ากันเมื่อดูจาก จำนวน Traffic ทั้งหมดของแต่ละจังหวัด โอย… งงป่าวเนี่ย ถ้างง ถามกันมาได้ครับ
 
ขอบคุณที่มา : http://www.digitalmoneylife.com

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

welcome to numpooland

ผู้ที่จะเข้ามาในBlog นี้ต้องเป็นคนที่มีบุญมากๆ
ถ้าไม่มีบุญจะเข้ามาไม่ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า โฮะ โฮะ โฮะ